3 เหตุผลที่ต้องทำความสะอาดผ้าม่าน

3 เหตุผลที่ต้องทำความสะอาดผ้าม่าน

ทำไมต้องซักผ้าม่าน ?

หากพูดถึงผ้าม่านตกแต่งบ้าน คอนโด ก็มีสไตล์มากมายที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ แล้วแต่จุดประสงค์การใช้งาน เช่น ผ้าม่านหน้าต่าง ผ้าม่านกันแสง ม่านม้วน และผ้าม่านสวยๆ เข้ากับทุกฟังก์ชั่นบ้านมีเยอะมาก แต่คุณรู้หรือไม่? ผ้าม่าน คือศูนย์รวมเชื้อโรค หากคุณไม่เคยทำความสะอาด หรือซักผ้าม่าน เลย


ผ้าม่าน เป็นแหล่งเชื้อโรคชอบซ่อนตัวจริงหรือไม่ ?

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าผ้าม่าน มักจะมีฝุ่นเกาะ เป็นแหล่งสะสมฝุ่น เช่น ฝุ่นละอองเล็ก ๆ และยากแก่การมองเห็น หากสะสมเป็นเวลานานอาจจะทำให้คุณเป็นโรคภูมิแพ้ได้ ยิ่งช่วงฤดูฝนแบบนี้มากกว่าฝุ่นหนา ๆ ที่เกาะตามผ้าม่าน ผ้าม่านกันแสง คือ แบคทีเรีย กลิ่นอับ และเชื้อโรค เพราะในฤดูฝนอากาศค่อนข้างมีความชื้นสูง ทำให้ผ้าม่านดูดซับความชื้นได้สูงกว่าฤดูอื่น ๆ จึงอาจเป็นแหล่งสะสมของกลิ่นอับและเชื้อโรคได้ ดังนั้นต้องอย่าละเลยเรื่องความสะอาด

อีกอย่างผ้าม่านแขวนอยู่ตรงหน้าต่าง ซึ่งเป็นส่วนรับลมเข้ามาในบ้าน ผ้าม่านของคุณก็คือด่านแรกในการกรองอากาศเหมือนกับจมูกของเรา ก็จะทำให้ผ้าม่านเต็มไปด้วยฝุ่น และ เชื้อโรค ยิ่งถ้าบ้านของคุณใกล้กับถนนใหญ่ หรือพื้นที่ก่อสร้างจะยิ่งทำให้ผ้ม่านสวยๆ ของคุณเต็มไปด้วยฝุ่น

3 เหตุผลที่ควรทำความสะอาดผ้าม่าน

เหตุผลที่ 1. ผ้าม่านเป็นที่กักเก็บฝุ่นอย่างดี และต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้
แพ้ฝุ่นก็ถือว่าเป็นภูมิแพ้ชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อย โดยเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อฝุ่นละอองหรือฝุ่นพิษที่มีอยู่ในอากาศ เมื่อเราสูดฝุ่นเข้าไป ร่างกายจะสร้างโปรตีนที่เรียกว่าแอนติบอดีขึ้นมาต่อสู้กับสารก่อภูมิแพ้ดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการอักเสบที่จมูกมีลักษะบวมแดงหรือปอด หากสะสมเป็นเวลานาน เพราะฉะนั้นการซักผ้าม่านทำความสะอาดตามเวลาที่กำหนดเอาไว้ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเหล่านี้ได้

เหตุผลที่ 2. การซักผ้าม่านเป็นวิธีการช่วยถนอมผ้าม่านและยืดอายุการใช้งานได้นานยิ่งขึ้น
ควรซักอย่างน้อยทุก ๆ 3-6 เดือน หรือปีละ 1 ครั้งก็ยังดี นอกจากจะช่วยลดฝุ่น แบคทีเรีย กลิ่นอับที่สะสมแล้ว ยังถือเป็นการถนอมผ้าม่านสวย ๆ ให้ใช้งานได้ยาวนานอยู่คู่บ้านสวย ๆ ไปนานๆ ไม่ควรซักผ้าม่านบ่อยเพราะจะทำให้เนื้อผ้าเปื่อยยุ่ย หรือหากเป็นม่านที่โดนแดดจัด ๆ ทุกวัน หากทิ้งไว้นานมากโดยไม่ซักเลย ผ้าจะกรอบเร็ว

ทำให้ตอนซักอาจเกิดความเสียหายได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องตรวจสอบก่อนว่า ผ้าชนิดนั้นสามารถซักได้หรือไม่ และซักในน้ำอุณหภูมิเท่าไหร่ และรีดด้วยความร้อนไม่เกินอุณหภูมิเท่าไหร่ ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของผ้า มิเช่นนั้นผ้าอาจจะหดตัวได้ หรือเพื่อความมั่นใจควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผ้าม่านเข้ามาดูแลทำความสะอาดผ้าม่านให้ เพราะการตัดม่านแต่ละครั้งก็มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ ดังนั้นเพื่อความชัวร์ควรเรียกผู้เชี่ยวชาญมาดูแล

เหตุผลที่ 3. ความสวยงามและภาพลักษณ์
คุณรู้หรือไม่ว่า ผ้าม่าน มีส่วนช่วยให้บ้านคุณดูสะอาด หอมสดชื่นขึ้นได้เกือบ 100% ถ้าผ้าม่านของคุณสะอาด เนื่องจากผ้าม่านเป็นตัวกักเก็บฝุ่นอย่างดี รวมถึงฤดูฝนแบบนี้ในอากาศก็จะเต็มไปด้วยความชื้น ซึ่งก็มีส่วนทำให้บ้านของคุณดูเหม็นอับและมีภาพลักษณ์สกปรกได้

หลายคนต่างต้องเคยสงสัยแน่ ๆ ว่า ทำไมฉีดน้ำหอม หรือฉีดสเปย์ดับกลิ่นอับ บ้านของคุณก็ไม่หอมและยังคงมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ลอยทั่วห้องก็เพราะว่าผ้าม่านของคุณได้รับความชื้นจนมีกลิ่นอับสะสมนั่นเอง ดังนั้นด้วยสาเหตุนี้ทำให้บ้านของคุณดูไม่สวยงาม เมื่อมีแขกรับเชิญมาที่บ้านก็จะทำให้เสียภาพลักษณ์ แค่มีกลิ่นอับทุกอย่างก็ดูสกปรกไปหมด

ควรซักผ้าม่านบ่อยแค่ไหน ?

แนะนำให้ทำความสะอาดผ้าม่าน หรือการซักผ้าม่าน โดยทั่วไปมักจะใช้วิธีการถอดออกมาซักอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หรือทุก 3 – 6 เดือน และควรหมั่นสังเกตป้องกันความชื้นด้วยการตรวจสอบรอยรั่วบริเวณวงกบและหน้าต่างให้ดี และอาจติดขอบยางรอบหน้าต่างเพื่อป้องกันน้ำซึม หรือทำกันสาดยื่นออกไปนอกบ้านก็จะช่วยลดเปอร์เซนต์เสี่ยงที่ผ้าม่านสวย ๆ จะได้รับความชื้น 

ตัวอย่างทำความสะอาดม่านตาไก่ เบื้องต้น

ม่านตาไก่ คืออะไร
คือ ผ้าม่านที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งสำหรับผู้อาศัยในคอนโด หรือบ้านหลัง ม่านตาไก่สามารถเลือกรางโชว์ตามรูปแบบดีไซน์ที่ต้องการมีทั้งแบบที่คลาสสิค เหมาะกับการตกแต่งบ้านสไตล์ Contemporary & Classic Style หรือ เลือกรางโชว์แบบทันสมัย รูปทรงเลขาคณิต จะเหมาะกับการตกแต่งบ้านสไตล์ Modern

วิธีความสะอาดผ้าม่านเบื้องต้น
1. ปลดผ้าม่านลงจากราง ถ้าเป็นม่านตาไก่แค่ยกออกจากรางแล้วค่อย ๆ แกะตะขอเหล็กที่ติดอยู่กับผ้าม่าน และถอดโซ่ที่มีไว้ถ่วงน้ำหนักผ้าตรงขอบด้านล่างของผ้าม่าน โดยตัดเส้นด้ายที่เย็บติดโซ่กับผ้าม่านออก ต้องระวังอย่าให้โดนตัวผ้าม่าน แค่ขั้นตอนแรกก็รู้สึกถึงความลำบากแล้ว

2. นำผ้าม่านไปแช่น้ำเย็นผสมผงซักฟอกสัก 30-60 นาที เพื่อให้ฝุ่นที่เกาะติดกับผ้าม่านได้คลายตัวออก หากต้องการซักด้วยเครื่องควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือประมาณ 30 องศาและใช้ผงซักฟอกที่อ่อนโยนต่อผ้า เพื่อป้องกันไม่ให้ผ้าหดตัว

เทคนิคแนะนำ
2.1 ถ้าผ้าม่านมีขนาดใหญ่ให้ใส่ผ้าขนหนูที่ไม่ใช้แล้ว 2-3 ผืนเพื่อช่วยดูดสิ่งสกปรกออกจากผ้าม่านแถมยังเป็นการถนอมผ้าไปในตัวอีกด้วย อันนี้ยังแค่ขั้นที่สอง ยังมีอีกหลายขั้นตอนให้คุณได้ลุ้นว่าจะต้องทำอะไรบ้าง
2.2 ผสมน้ำส้มสายชูราวครึ่งถ้วยต่อผ้า 7-9 กิโลกรัม หรือเติมเกลือครึ่งถ้วยลงไปในระหว่างซักผ้าม่านด้วยเล็กน้อย เพื่อช่วยให้คราบเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียที่ฝังแน่นหลุดออกง่ายขึ้น

3. ถ้าผ้าม่านที่แห้งแล้วมีรอยยับมาก สามารถใช้เตารีดไอน้ำหรือเตารีดธรรมดารีดในอุณหภูมิต่ำ เพื่อไม่ให้ความร้อนทำลายเนื้อผ้า หลังจากนั้นนำกลับไปรอยใส่ตะข้อหรือห่วงและแขวนไปยั่งที่เดิม

เป็นอย่างไรกันบ้างกับขั้นตอนการซักผ้าม่าน เพราะความยุ่งยากและละเอียดอ่อนแบบนี้ทำให้คนส่วนใหญ่ ไม่นิยม ซักผ้าม่านเอง เพราะขนาดที่ใหญ่ ที่ไม่พอตาก ขั้นตอนยุ่งยาก ดังนั้นถ้าคุณอยากรักษาความสะอาดและบรรยากาศดี ๆ ให้กับบ้านอย่าลืมซักผ้าม่าน และที่สำคัญเลือกผู้เชี่ยวชาญจากร้านผ้าม่านที่มีประสบการณ์ตรงเข้ามาดูแล ผ้าม่านสวย ๆ ของคุณให้อยู่คู่กันไปนาน ๆ

เพื่อบ้านที่สะอาด ปลอดภัยจาก ฝุ่น เชื้อโรค และแบคทีเรีย

Line: @icurtain
Facebook: @iCurtainfanpage
Email: icurtain@hotmail.com
Tel : 02-181-3338
Hotline : 099-362-9535, 082-441-5993